Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

  สิทธิผู้ต้องขัง...
กระเเสพระราชดำรัส...
อภัยโทษ...
สามัคคีเกมส์...
สถานทูต..
สิทธิมนุษยชน..
   
 
  กลับหน้าแรก ประวัติผู้อวยการ ทำเนียบผู้บริหาร ศูนย์การเรียน  
สมานฉันท์
มีปัญหาปรึกษาราชทัณฑ์ กิจการภายใน   ข่าวประกวดราคา

 

พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย
ปี 2493-2547

พระปฐมบรมราชโองการ
“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม  เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2494

                 “…ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้ปรากฏตลอดมาว่าชาติใดเสื่อมสูญย่อยยับอับปางไป ก็เพราะประชาชาติขาดสามัคคีธรรม แตกแยกเป็นหมู่คณะ เป็นพรรคเป็นพวก คอยเอารัดเอาเปรียบ ประหัสประหารซึ่งกันและกัน บางพรรคบางพวก ถึงกับเป็นไส้ศึกให้ศัตรูมาจู่โจมทำลายชาติของตนดังนี้ ข้าพเจ้าจึงขอชักชวนพี่น้องชาวไทยทั้งหลาย ให้ระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษ ซึ่งได้กอบกู้รักษาบ้านเกิดเมืองนอนของเรามานั้นให้จงหนัก แล้วถือเอาความสามัคคี ความยินยอมเสียสละส่วนตัวเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ของประเทศชาติเป็นคุณธรรมประจำใจอยู่เนืองนิจ จึงขอให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลาย จงบำเพ็ญกรณีกิจของตนแต่ละคน ด้วยซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทนและกล้าหาญ แล้วอุทิศความเสียสละส่วนตัว ความเหน็ดเหนื่อยลำบากยากแค้น เป็นพลีบูชาบรรพบุรุษ ผู้ซึ่งได้ก่อสร้างชาติเป็นมรดกตกทอดมาถึงพวกเราชาวไทยจนบัดนี้”

กระแสพระราชปราศรัยแด่ประชาชนในวันปีใหม่ พ..2495

                 “…อันสถานการณ์ของโลกทั่วไปและของบ้านเมืองเราเป็นอย่างไร ก็ย่อมเป็นที่ทราบกันอยู่แล้ว ทางที่จะช่วยให้ประเทศเราผ่านพ้นภัยพิบัติ มีความวัฒนาถาวรไปได้ ก็โดยที่เราชาวไทยทุกคนมีน้ำใจรักชาติอย่างแท้จริง ไม่ถือเอาประโยชน์ของตนและพรรคพวกแต่ฝ่ายเดียว มุ่งบำเพ็ญกรณียกิจหน้าที่ด้วยความสุจริต ขยันหมั่นเพียร เพื่อคุณประโยชน์ส่วนร่วมของประเทศชาติ และพร้อมที่จะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม เมื่อเป็นดังนี้แล้ว สามัคคีก็ย่อมจะแผ่ขยายกว้างขวางออกไปในระหว่างพี่น้องชาวไทยด้วยกัน ทำให้กำลังของชาติส่วนต่าง ๆ ประสานกันเป็นบึกแผ่น สิ่งที่เคยยากก็จะกลายเป็นง่าย และสิ่งที่ไม่เคยทำได้ก็กลับจะบรรลุผลสำเร็จอย่างงดงาม ด้วยอานุภาพแห่งความสามัคคี เพราะฉะนั้นขอให้พวกเราชาวไทย จงยึดมั่นในศีลธรรม ซึ่งบิดามารดาและครูบาอาจารย์ได้พร่ำสอนเรามาแต่เล็กแต่น้อย และพยายามประพฤติปฏิบัติตามในอันจะส่งเสริมสามัคคีธรรมให้มั่นคงแผ่ขยายในระหว่างพี่น้องไทยทั้งปวง เพื่อความวัฒนาถาวรของประเทศชาติสืบไป…”

กระแสพระราชปราศรัยแด่ประชาชนในวันปีใหม่ พ..2496

                 “…ในขวบปีที่ผ่านมา แม้บ้านเมืองของเราต้องประสบภัยทางธรรมชาติบ้างและแวดล้อม ด้วยสถานการณ์อันเคร่งเครียดของโลกทั่วไป แต่ก็นับว่าได้สามารถผ่านสถานการณ์เหล่านั้นมาด้วยดี ทั้งนี้ย่อมเป็นนิมิตหมายว่า เราจะสามารถฟันฝ่าอุปสรรคข้างหน้าต่อไปอีก จริงอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างจะให้ดีขึ้นทันอกทันใจสมดังที่ต้องการทีเดียวนั้น ย่อมไม่ได้ ย่อมต้องการเวลา เปรียบประดุจการเยียวยารักษาไข้ ซึ่งย่อมต้องการเวลาเช่นกัน ข้าพเจ้าจึงมีความหวังเป็นอย่างมากว่า อาศัยความสามัคคีร่วมมือร่วมใจของเราท่านทั้งมวล ประเทศชาติของเราจะเข้าสู่ฐานะเจริญก้าวหน้าสืบไปด้วยดี…”

 พระราชดำรัสในโอกาสขึ้นปี พุทธศักราช 2497

                 “…พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ว่า บุคคลใดประกอบความดี คุณความดีนั้นย่อมต้องสนองตอบ ข้าพเจ้าจึงขอชักชวนแต่ละท่าน ให้พยายามบำเพ็ญความดีด้วยน้ำใจอันบริสุทธิ์ แม้บางโอกาสอาจจะต้องเสียสละบ้าง ก็จงมานะอย่าท้อถอย จงสมัครสมานสามัคคีร่วมใจกันให้มั่นคงด้วยดี ทั้งนี้ เพื่อความสุขสวัสดีของท่านและเพื่อความวัฒนาถาวรของประเทศชาติอันเป็นที่รักของเราทั้งหลาย…”

 พระราชดำรัสในโอกาสขึ้นปี พุทธศักราช 2498

                “…ถ้าหากชาวไทยทั้งหลายต่างได้ประกอบกิจหน้าที่การงานของตนด้วยความสุจริต มีความซื่อตรงต่อหน้าที่ ต่อตนเอง มีศีลธรรมอันดีและความสามัคคีกันแล้ว จักเป็นทางช่วยให้ประเทศชาติได้มีความสงบสุข และสามารถเผชิญเหตุการณ์ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ซึ่งอาจมีมาในอนาคตได้ดี ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ถ้าทุกคนต่างยึดมั่นในคุณธรรมที่ว่ามาข้างต้น และต่างบำเพ็ญกรณียกิจหน้าที่การงานของตน โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมแล้ว ประเทศชาติของเราก็จะรุ่งเรืองวัฒนาถาวร…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชานชาวไทย ในศุภวารสมัยขึ้นปีใหม่ 2499

                 “…ขอทุกฝ่ายจงตั้งจิตร่วมใจกัน สร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติ ยึดมั่นในอุดมคติ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งต่อประโยชน์ส่วนร่วม เพื่อประเทศของเราจะได้เจริญวัฒนาสถาพรสืบไป...”

 พระกระแสพระราชดำรัสพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2500

                 “…ขอให้ท่านทั้งหลาย ตั้งปณิธานร่วมกันด้วยว่า จะประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของชาติ ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และบทกฎหมายของบ้านเมือง ประกอบอาชีพด้วยความสุจริตขยันหมั่นเพียร ให้บังเกิดประโยชน์ในการที่จะช่วยสร้างตนเองและครอบครัวให้ผาสุกสมบูรณ์ ก่อให้เกิดความเป็นปึกแผ่นมั่นคงในทางเศรษฐกิจของชาติ นำสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศชาติอันเป็นที่รักของเราสืบไป…”

 กระแสพระราชดำรัสพระราชทานแก่ประชานชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2501

                “…ในขวบปีที่ล่วงมา ได้มีเหตุการณ์ต่าง ๆ อันมีความสำคัญแก่ชาติบ้านเมือง ดังที่ได้ทราบกันอยู่แล้ว นับได้ว่าประชาชาติของเราได้ผ่านหัวเลี้ยวสำคัญชั้นหนึ่งแล้ว ต่อไปนี้ จึงเป็นหน้าที่ของเราทั้งปวง ที่จะต้องช่วยกันประคับประคองให้กิจการงานของชาติบ้านเมืองดำเนินไปด้วยดี เพื่อความเจริญผาสุกของประเทศชาติ ในการนี้ความสามัคคีประนีประนอมซึ่งกันและกันเป็นสิ่งจำเป็นและพึงปรารถนายิ่งนัก ข้าพเจ้าขอแสดงความหวังว่า ชาวไทยทุก ๆ คนคงจะพยายามรักษาความสามัคคีกลมเกลียวกันดังว่านั้น และตั้งใจปฏิบัติภารกิจหน้าที่ของแต่ละคนให้เป็นไปอย่างดีที่สุดที่จะพึงทำได้ ทั้งนี้เพื่อช่วยกันสร้างเสริมความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติของเราสืบไป…”

กระแสพระราชดำรัสพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2502

                “…ภาระในการบริหารนั้นจะประสบผลด้วยดี ย่อมต้องอาศัยความรักชาติ ความซื่อสัตย์สุจริต ความสมัครสมานกลมเกลียวกัน ประกอบกับความร่วมมือของประชาชนพลเมืองทั่วไป ข้าพเจ้าจึงหวังว่า ท่านทั้งหลายคงจะพยายามปฏิบัติการกรณียกิจในส่วนของแต่ละท่านด้วยใจบริสุทธิ์ โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้เพื่อได้มาซึ่งความร่วมเย็นเป็นสุขของประชาชนทั่วไป อันเป็นยอดปรารถนาด้วยกันทั้งสิ้น…”

 กระแสพระราชดำรัสพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2503

                 “…ในภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้าใคร่จะได้กล่าวถึงความสำคัญของการประหยัด ซึ่งรัฐบาลได้ชักชวนให้แต่ละคนปฏิบัติ คงจะได้ตระหนักอยู่แล้วทั่วกันว่า การใช้จ่ายโดยประหยัดนั้น จะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเองและครอบครัว ช่วยป้องกันความขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้ จะมีผลดีไม่เฉพาะแก่ผู้ประหยัดเท่านั้น ยังจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติด้วย…”

กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2504

                 “…ด้วยความร่วมมือร่วมกำลังความคิดจากบรรดาข้าราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้ชำนาญการในสาขาต่าง ๆ รัฐบาลได้วางแผนและโครงการ เพื่อฟื้นฟูการเศรษฐกิจและปรับปรุงการศึกษาของชาติขึ้นใหม่แล้ว ซึ่งจะเริ่มใช้ปฏิบัติกันในปีพุทธศักราช 2504 นี้ ข้าพเจ้าเห็นว่า แผนและโครงการนี้ จะมีประโยชน์สำหรับบ้านเมือง แต่ข้อสำคัญก็อยู่ที่การปฏิบัติตามแผนและโครงการนั้นโดยพร้อมเพรียงกันทุกฝ่าย จึงจะเป็นผลแก่ประเทศชาติได้ หวังว่าท่านทั้งหลายจะให้ความร่วมมือแก่ทางราชการในการนี้ต่อไป…”

 กระแสพระราชดำรัสพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2505

                 “…ขอให้ท่านทั้งหลายจงช่วยกันรักษาความสามัคคี ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และร่วมกันตรวจตราระมัดระวังอย่าให้เหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้นได้ เพื่อความปลอดภัยและวัฒนาถาวรของประเทศเรา…”

กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2506

                 “…งานของชาติที่จะต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากท่านทั้งหลายยังมีอีกมาก งานเหล่านี้ล้วนแต่เป็นงานที่ทุก ๆ คน จะต้องมีส่วนช่วยเหลือ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองและมั่นคงของชาติ เพื่อให้ชาติของเรามีความสงบสุข ขอท่านทั้งหลายจงอย่าได้ประมาท ความพร้อมอยู่เสมอที่จะเผชิญต่อภัยทั้งปวงที่จะมีมาซึ่งอาจน่ากลัวยิ่งกว่าภัยธรรมชาติก็ได้ ขอท่านทั้งหลายจงช่วยกันภัยอันตรายใดๆ อันจะมีมาในภายหน้า ดังเช่นบรรพบุรุษของเราได้ฟันผ่ามาแล้วในอดีต และรักษาความเป็นไทยของชาติไว้ให้ยืนยง…”

 กระแสพระราชดำรัสพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2507

                 “…ท่านทั้งหลายอย่าได้มีความประมาท ขอให้มีความสามัคคีกลมเกลียว ช่วยกันผดุงชาติของเราให้มีความเจริญรุ่งเรือง และพร้อมเสมอที่จะร่วมกันเผชิญกับภัยทั้งปวง อันจะบั่นทอนความสงบสุขของเราได้ทุกเมื่อ…”

 กระแสพระราชดำรัสพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2508

                “…เหตุการณ์ของโลกและภูมิภาคใกล้เคียงกันกับเรา ยังมีสภาพที่น่าวิตกอย่างยิ่งอยู่ การที่ไม่มีอันตรายใด ๆเกิดขึ้นแก่ประเทศไทยทั้ง ๆ ที่มีภัยคุกคามอยู่รอบด้านเช่นนี้ ก็เพราะเรายังสามารถรักษาความเป็นปึกแผ่นและความสงบภายในไว้ได้ ท่านทั้งหลายอย่าได้มีความประมาท ขอให้มีความสามัคคีกลมเกลียวกันทุกฝ่าย มีความหนักแน่นและรอบคอบในการตัดสินเหตุการณ์ต่าง ๆ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของท่าน โดยมุ่งถึงประโยชน์ส่วนร่วมและความเจริญของประเทศชาติด้วยเสมอ และพร้อมที่จะต่อสู่ป้องกันอันตรายทุกอย่าง หากจะมีขึ้นเพื่อรักษาเอกราช อธิปไตย และความเป็นไทยของเราไว้ตลอดกาลนาน…”

พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย
เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ปีพุทธศักราช 2509

                “…ภัยอันใหญ่หลวงอาจมาถึงตัวเราได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ท่านทั้งหลายอย่าได้มีความประมาท ขอให้ท่านต่อต้านการรุกรานนี้ด้วยความร่วมมือกันทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่และฝ่ายประชาชน และด้วยความเสียสละ พร้อมทั้งตั้งใจประกอบการงานด้วยความขยันขันแข็ง โดยมุ่งถึงความปลอดภัยและความวัฒนาถาวรของประเทศชาติโดยส่วนร่วมเป็นสำคัญ…”

พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย
เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ปีพุทธศักราช 2510

                “…ชี้ให้เห็นความเป็นหนึ่งอันเดียวกันของชาติไทยเราอย่างแจ่มชัด ความเสียสละช่วยเหลือกันและกันที่ประชาชนทั้งชาติ ได้แสดงให้ปรากฏนั้นเป็นหลักประกันความมั่นคงของบ้านเมืองของเราอย่าแท้จริง…”

 กระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย
เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ..2511

                “…ขอให้ทุกคนตั้งมั่นอยู่ในความสามัคคี หมั่นประกอบสัมมาอาชีพโดยความสัตย์สุจริต คิดถึงประโยชน์สุขส่วนร่วมของบ้านเมืองเสมอเป็นสำคัญ…”

  พระบรมราโชวาท ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6
ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม 2512

                “…ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ให้มีอำนาจ ไม่ได้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้…”

พระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่าน ในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทธอกสมาคมทั่วประเทศ
ครั้งที่ 12 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันเสาร์ ที่
12 ธันวาคม 2513

                “…ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใด ๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่ว ว่าเสื่อม เราต้องฝืน ต้องต้านความคิดและความประพฤติทุกอย่าง ที่รู้สึกว่าขัดกับธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้อง และเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ให้ได้จริง ๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้น ๆ ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้ มิให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้พื้นคืนดีขึ้นได้เป็นลำดับ…”

กระแสพระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2514

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม 2513

                “…เหตุการณ์ต่าง ๆที่เกิดขึ้นแก่บ้านเมืองเป็นลำดับมา ทำให้ทราบได้แน่ชัดว่า เราจำเป็นจะต้องทำงานช่วยตัวเองให้หนักแน่นยิ่งขึ้น เพื่อรักษาตัวให้อยู่รอดตลอดไปโดยอิสระและเสรี คนไทยเรานั้น แท้จริงมีนิสัยจิตใจดี เป็นนักสู้ เป็นคนซื่อตรง ขยันขันแข็งและอดทน เป็นคนรักเผ่าพันธุ์พวกพ้องและบ้านเกิดเมืองนอน แต่ละคนจะต้องหยิบยกเอาคุณสมบัติเหล่านี้ที่มีอยู่ภายในตัวขึ้นมาปฏิบัติให้ได้ผล โดยถือว่าทุกคนล้วนมีความสำคัญต่อประเทศชาติอยู่ด้วยกันทั้งนั้น จะต้องทำหน้าที่ของตนๆให้พร้อมเพรียงกัน เพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของส่วนรวม หากทำได้เช่นนี้ ก็จะสามารถแก้ไขความบกพร่องต่าง ๆ ที่มีอยู่ และจะสามารถร่วมแรงกันสร้างความเป็นปึกแผ่นมั่นคง พร้อมทั้งความเจริญรุดหน้าให้แก่บ้านเมืองของเราได้อย่างแน่นอน…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2515

วันศุกร์ ที่ 31 ธันวาคม 2514

                “…ทุกคนจะต้องร่วมกันรักษาความดีงาม ให้ดำรงมั่นคงในแผ่นดิน เพื่อความเป็นปึกแผ่นความผาสุกและความก้าวหน้าของประเทศชาติ และของคนไทยทุกถ้วนหน้า…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2516
วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม 2515

                “...ขอให้ท่านทั้งหลายตั้งความหวัง ตั้งความเพียรพยายามอันมั่นคงไว้ เพื่อที่จะต่อสู้ ช่วยตัวเองให้หนักแน่นยิ่งขึ้น ให้แต่ละคนมุ่งมั่นประกอบหน้าที่การงานทุก ๆอย่างด้วยความอุตสาหพยายาม ด้วยความสุจริต รักษาความสามัคคีในหมู่ไทยไว้ให้แน่วแน่ โดยยึดเอาประโยชน์ส่วนรวมของชาติบ้านเมืองเป็นจุดประสงค์อันอุดม…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2517
ณ พลับพลาท้องสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม 2516

                “…กิจเฉพาะหน้าของเราทั้งหลายทุกคนที่จะต้องทำ ก็คือ ต้องรับสถานการณ์อันวิกฤตนี้ด้วยใจอันมั่นคง ไม่หวั่นไหวและด้วยความรู้เท่าถึงการณ์ พร้อมกับร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติแก้ไขผ่อนหนักให้เป็นเบา ด้วยความสงบและพร้อมเพรียง ไม่ก่อความวุ่นวายให้สถานการณ์ยิ่งร้ายลงไปอีก ทุกฝ่ายจำเป็นต้องเข้าใจในกันและกัน เห็นใจกัน เสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ร่วมกันอุ้มชูกันไว้ เหมือนดังที่ได้เคยอุ้มชูกันมาแต่กาลก่อน เมื่อรวมกันดังนี้ ก็จะเกิดพลังยิ่งใหญ่ ที่จะสามารถขจัดอุปสรรคขัดข้องทั้งปวงให้หมดสิ้นไปได้ในที่สุด…”

พระราชดำรัสของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย
ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2518
วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม 2517

                “…ระยะนี้ประเทศของเราก็ได้ประสบกับสถานการณ์ที่วุ่นวายและยุ่งยาก เป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องพยายามให้เกิดความสงบและเป็นบึกแผ่นให้มากที่สุด โดยเสียสละความสุขและผลประโยชน์ส่วนตัว เพื่อความก้าวหน้าของประเทศชาติ ที่สำคัญจะต้องรู้จักอดกลั้น เพื่อผ่อนคลายความยุ่งยากให้ลดน้อยลง สำหรับที่จะได้มีเวลาพิจารณาแก้ไขสิ่งต่างๆให้ลุล่วงไปโดยเรียบร้อย…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2519
วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม 2518

                “…อันแผ่นดินไทยของเรานี้ ถึงจะเป็นที่เกิดที่อาศัยของคนหลายเชื้อชาติ หลายศาสนา แต่เราก็อยู่ร่วมกันโดยปรกติราบรื่นมาได้เป็นเวลาช้านาน เพราะเราต่างสมัครสามนกันอุตสาห์ช่วยกันสร้างบ้านสร้างเมือง สร้างความเจริญ สร้างจิตใจ สร้างแบบแผนที่ดีขึ้น เป็นของเราเอง ซึ่งแม้นานาประเทศก็น่าจะนำไปเป็นแบบฉบับได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเราทั้งหลายมีสามัคคี มีเหตุผลอันหนักแน่น และมีความรู้ความเข้าใจอันถูกต้องชัดเจนในสถานการณ์ที่เป็นจริง ต่างคนต่างร่วมมือร่วมความคิดกันในอันที่จะช่วยกันผ่อนคลายปัญหาและสถานการณ์ที่หนักให้เป็นเบา ไม่นำเอาประโยชน์ส่วนน้อยเข้ามาเกี่ยวข้อง ให้เสียหายถึงประโยชน์ส่วนใหญ่ของชาติบ้านเมือง เชื่อว่าเราจะสามารถรักษาชาติประเทศและความผาสุกสงบที่เราได้สร้างสมและรักษาสืบต่อกันมาช้านานนั้น ไว้ได้…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2520
วันศุกร์ ที่ 31 ธันวาคม 2519

                 “…ทางที่เราจะช่วยกันได้ ก็คือการทำความคิดให้ถูกและแน่วแน่ ในอันที่จะยึดถือชาติบ้านเมืองเป็นที่หมาย ต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัว และความขัดแย้งกันในสิ่งที่มิใช่สาระลง ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไป โดยเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความเมตตา ด้วยความปรองดองกันและด้วยความปรารถนาดีต่อกัน ที่สุด ผลงานของทุกคนนั้นจะประมวลดันเข้าเป็นความสำเร็จและความวัฒนาถาวรของประเทศชาติได้ ไม่นานเกินคอย…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2521
วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม 2520

                “…อันการทำนุบ้านเมืองนั้น เมื่อเป็นการกระทำของคนทั้งชาติ ก็ย่อมจะมีความขัดแย้งอันเกิดจากความคิดความเห็นที่ไม่ตรงกันเกิดขึ้นได้ จะให้สอดคล้องต้องกันตอลดทุกเรื่อง ย่อมเป็นการผิดวิสัย เพราะฉะนั้นแต่ละฝ่ายแต่ละคน จึงควรจะคำนึงถึงจุดประสงค์สำคัญ คือความเจริญไพบูลย์ของชาติเป็นใหญ่ ส่วนความคิดเห็นในวิธีการและข้อปฏิบัติ ซึ่งอาจมีแตกต่างกันได้นั้น ควรจะต้องถือเป็นเรื่องปลีกย่อย ที่มีความสำคัญรองลงมา ทุกฝ่ายควรจะทำให้ยุติธรรมเที่ยงตรง นำความคิดของตนมาเทียบเคียงกับของผู้อื่นโดยปราศจากอคติต่างๆ ได้นำความคิดความเห็นมาเทียบเคียงกันโดยไม่มีอคติ ตามหลักของเหตุผลแล้วก็เชื่อแน่ว่าจะปรับปรุงให้เข้ากันได้…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2522
วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม 2521

                “…ขอให้ท่านทั้งหลายแต่ละคนกระทำสัตย์สัญญาแก่ตนเองว่า จะตั้งใจปฏิบัติงานให้ดีที่สุดตามหน้าที่และความสามารถของตน ๆ จะทำความคิดความเห็นให้เที่ยงตรงและกระจ่างแจ่มใส จะเอื้อเฟื้อช่วยเหลือกันด้วยความหวังดีและบริสุทธิ์ใจ เพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีที่แท้จริงในชาติไทยขึ้น เป็นกำลังอันกล้าแข็งและมั่นคง สำหรับสร้างสรรค์ความดีความเจริญทุก ๆ ประการให้เต็มบริบูรณ์เพื่อทำให้ชาติประเทศของเรายืนยงอยู่ได้ตอลดไปด้วยความวัฒนาผาสุก…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล  เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิตลัย
วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม 2523

                “…ทำงานทำการในหน้าที่ในฐานะของแต่ละคนที่จะต้องทำให้ทำอย่างดี ๆ ทำเรื่อยไป ไม่ใช่ทำอย่างที่จะอยากดีเด่น ทำดีเด่นไม่ใช่อยากดีเด่น ทำได้ดีแล้วก็จะดีเด่นเอง ไม่ใช่ว่าจุดประสงค์ที่จะทำเพื่อให้ดีเด่น ทำเพื่อให้ดีเรื่อย ๆ ทำหน้าที่ที่มีให้สำเร็จ แต่ไม่ใช่จุดประสงค์ที่จะดีเด่นก็อย่างที่ว่าไม่ใช่ทำเพื่อดัง แต่ว่าถ้าต้องการจะดังเมื่อไหร่ก็จะดังเอง แล้วดังดีด้วยไพเราะ ไม่ใช่ดังอย่างน่ารำคาญหรือน่าเกลียด…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2524
วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม 2523

                “…ทางปฏิบัติที่จำเป็นสำหรับทุกคนในขณะนี้ นอกจากจะต้องตั้งใจพยายามทำตัวงานให้มีระเบียบโดยเต็มความสามารถ และเป็นอยู่โดยประหยัดแล้ว ยังจะต้องพยายามตั้งจิตตั้งใจไว้ให้ถูกด้วย การตั้งใจให้ถูกนั้น คือทำจิตใจให้สงบหนักแน่น ไม่วู่วาม ไม่ปล่อยให้อคติต่าง ๆ เข้าครอบงำได้โดยง่าย ฝึกหัดคิดพิจารณาเรื่องราวและปัญหาทั้งปวงด้วยความละเอียดรอบครอบและด้วยใจบริสุทธิ์เป็นกลางเสมอทุกครั้งให้เป็นนิสัย อันเป็นวิธีที่จะช่วยให้เกิดปัญญา สามารถคิดวินิจฉัยได้โดยกระจ่างแจ่มแจ้ง และปฏิบัติแก้ไขได้ถูกต้องเที่ยงตรง การมีความคิดจิตใจอันกระจ่างแจ่มแจ้งและหนักแน่นอยู่เสมอดังกล่าว จัดเป็นคุณธรรมสำคัญประการหนึ่งของแต่ละบุคคล เป็นเครื่องนำพาบุคคลไปให้ประสบความเจริญสวัสดี และคุณธรรมของแต่ละคนนี้ เมื่อรวมกันเข้า ย่อมจะเกิดเป็นคุณธรรมของชาติ และย่อมจะนำพาชาติให้บรรลุถึงความเจริญสวัสดีได้ดุจเดียวกัน…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2525
วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม 2524

                “…ถ้าพวกเราทุกวันนี้ปรารถนาจะธำรงรักษาชาติประเทศและความเจริญมั่นคงนี้ให้ยั่งยืนต่อไป ก็จะต้องทำจิตทำใจให้ได้อย่างบรรพบุรุษ คือรู้สำนึกตระหนักในชาติ ในเผ่าพันธุ์ไทย แล้วตั้งความคิดความเห็นของตน ๆ ให้ถูกต้อง และหนักแน่นแน่วแน่ในอันที่จะยึดถือประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นเป้าหมายประสงค์ เลิกคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัว เฉพาะพวกพ้องเป็นที่ตั้ง ไม่ขัดแย้งแข่งขันกัน ให้เสียประโยชน์ของแผ่นดิน ผู้ใดภาระหน้าที่อันใดอยู่ก็ต้องเร่งกระทำให้จริง ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ มีความอุตสาหะขวนขวายโดยบริสุทธิ์ใจที่จะรักษาความเป็นปึกแผ่นมั่นคงของคนไทยไว้ ด้วยความเมตตาปรองดองดั่งญาติดั่งมิตรผู้มีความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2526
วันศุกร์ ที่ 31 ธันวาคม 2525

                “…ขอให้ทุกคนพยายามรักษาจิตใจใฝ่ดีใฝ่เจริญนี้ไว้ให้ถาวรหนักแน่น ถ้ามีสิ่งไรที่เป็นปัญหาขัดแย้งเกิดขึ้น ขอให้หันหน้าเข้าหากัน เพื่อทำความเข้าใจตกลงกันให้ได้ด้วยเหตุผล ด้วยความเป็นญาติ เป็นมิตร แลเป็นไทยด้วยกัน ไม่ควรประมาทปล่อยให้เหตุการณ์ยืดเยื้อลุกลามจนเป็นเหตุให้แตกความสามัคคี พร้อมกันนั้น ก็จะต้องระมัดระวังป้องกันภัย อันจะเกิดจากการแทรกแซงยุแยกจากผู้ไม่หวังดี อย่างเข็มงวดด้วย…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2527
วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม 2526

                “…ขอให้ท่านทั้งหลาย รักษาสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เป็นนิตย์ เพื่อให้สามารถประกอบสรรพกิจการงานอันเป็นสัมมาชีพได้เต็มกำลัง ทั้งให้ระมัดระวังรักษาสภาพจิตใจของตนเองไว้อย่าให้ตกต่ำ หากแต่ประคับประคองบำรุงให้หนักแน่นเข็มแข็ง ให้ตั้งมั่น ให้สงบแนวแน่ ห่างจากอคติ จากความเห็นแก่ตัวและความประมาทลำพองใจ เพื่อจักได้เกิดสติสมบูรณ์ เกิดปัญญากระจ่างเฉียบแหลม สามารถขบคิดพิจารณาตัดสินใจในเรื่องราวและปัญหาต่าง ๆ ทั้งส่วนตัวและส่วนรวมได้โดยถูกต้อง เหมาะสมทันการและเที่ยงตรงเป็นยุติธรรม…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2528
วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม 2527

                “…วิถีชีวิตมนุษย์นั้น จะให้มีแต่ความปรกติสุขอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องมีทุกข์ มีภัย มีอุปสรรค ผ่านเข้ามาด้วยเสมอ ยากจะหลีกเลี่ยงพ้น ข้อสำคัญอยู่ที่ทุก ๆ คนจะต้องเตรียมกาย เตรียมใจ และเตรียมการไว้ให้พร้อมทุกเวลา เพื่อเผชิญและแก้ไขความไม่ปรกติเดือดร้อนนั้น ด้วยความไม่ประมาท ด้วยเหตุผล ด้วยหลักวิชา และด้วยสามัคคีธรรม จึงจะผ่อนหนักให้เป็นเบา และกลับร้ายให้กลายเป็นดีได้…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2529
วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม 2528

                “…แต่ละคนนั้นเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่ง ๆ ที่จะรวมกันขึ้นเป็นชาติบ้านเมือง ทุกคนต้องรักษาสุขภาพพลานามัยให้ดี และทำงานให้ดี ชาติบ้านเมืองจึงจะแข็งแรงและเจริญมั่นคงสมดุลทุกส่วน ถ้าบุคคลทำตัวให้บกพร่องอ่อนแอ บ้านเมืองก็จะมีจุดบกพร่องและอ่อนแอไปด้วย ทุกคนจึงต้องบำรุงรักษาบ้านเมืองให้เหมือนบำรุงรักษาร่างกายและจิตใจตนเอง และผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ ต้องขวนขวายปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วงไปโดยพลัน ด้วยความรู้และความสามารถ ด้วยความสะอาดกายสะอาดใจ ด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ และด้วยความเมตตาปรารถนาดีต่อกัน ผลการปฏิบัติตนปฏิบัติงานของแต่ละคนแต่ละฝ่าย จักได้ประกอบส่งเสริมให้ประเทศชาติความสมบูรณ์มั่นคงขึ้นตามที่มุ่งหมาย…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2530
วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2529

                “…ความสงบภายในหรือจิตใจที่ปลอดโปร่งจากสิ่งรบกวนนี้สำคัญมาก ควรจะทำให้มีขึ้น เพราะผู้ที่มีจิตใจสงบ จะใช้ความคิดพิจารณาของตนได้อย่างกว้างขวางและถูกต้องดีขึ้น ความคิดที่ประกอบด้วยความสงบ มีศักยภาพสูง อาจนำไปใช้คิดอ่านสร้างสรรค์สิ่งที่จะอำนวยความสุข ความเจริญก้าวหน้า ตอลดจนชื่อเสียงเกียรติคุณ อันเป็นสิ่งที่แต่ละคนปรารถนา ให้สัมฤทธิ์ผลได้…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2531
วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2530

                “…ความเมตตาปรองดองและความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกันนั้นยังมีอยู่ในจิตใจคนไทย ถ้าเราทั้งหลายพยายามนึกถึงประโยชน์และความสุขความเจริญของส่วนรวมให้มาก พยายามหันหน้าเข้าหากันและมองกันในทางดีอยู่เสมอก็จะเข้าใจกัน และร่วมมือร่วมงานกันได้เป็นอันดี…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2532
วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2531

                “…ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งดันเดียวกัน กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่เป็นอสิระ และเจริญมั่นคงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตราบใดที่เราทั้งหลายรักษาความเป็นไทยนี้ไว้ได้ ชาติบ้านเมืองก็จะดำรงมั่นคงอยู่ตราบนั้น ความเป็นไทย จึงเป็นสมบัติล้ำค่าที่ชาวเราต้องถนอมรักษาไว้เป็นนิตย์ต่อไป...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2533
วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2532

                “…การแก้ปัญหานั้น ถ้าไม่ทำให้ถูกเหตุถูกทาง ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง มักจะกลายเป็นการเพิ่มปัญหาให้มากและยุ่งยากขึ้น แต่ละฝ่ายจึงควรจะตั้งใจพยายามทำความคิดความเห็นให้กระจ่างและเที่ยงตรง เพื่อจักได้สามารถเข้าใจปัญหาและเข้าใจกันและกันอย่างถูกต้องความเข้าใจที่ถูกต้องแน่ชัดนี้ จะช่วยให้เล็งเห็นแนวทางปฏิบัติแก้ไขอันเหมาะสม ซึ่งจะนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกประการหนึ่งอันเป็นข้อสำคัญ ทุกฝ่ายจะต้องตระหนักในใจเสมอ ว่าประโยชน์ส่วนรวมนั้นเป็นประโยชน์ที่แต่ละคนพึงยึดถือเป็นเป้าหมายหลัก ในการปฏิบัติตนและปฏิบัติงาน เพราะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนแท้จริงซึ่งทุกคนมีส่วนได้รับทั่วถึงกัน…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2534
วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2533

                “…ทุกคนย่อมปรารถนาให้บ้านเมืองเป็นปรกติมั่นคงและประชาราษฎรส่วนใหญ่มีฐานะความเป็นอยู่ดีสมอัตภาพ ความปรารถนานี้มิใช่จะเกิดมีขึ้นได้เอง แต่หากทุกคนทุกฝ่าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติบริหารงานแผ่นดิน จะต้องช่วยกันสร้างเสริมขึ้น ด้วยการเร่งรัดปฏิบัติหน้าที่ของตน ๆ ให้สนับสนุนส่งเสริมกันโดยพร้อมเพรียง ให้สัมฤทธิ์ผลที่จริงตรงตามเป้าหมาย และเมื่อเกิดปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง กระทบกระเทือนถึงสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน ก็ควรจะร่วมกันคิดอ่านแก้ไขให้คลี่คลายไปโดยไม่ชักช้า ด้วยความรู้สามารถ ความรับผิดชอบ และความสามัคคีปรองดอง…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2535
วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2534

                “…บ้านเมืองไทยของเราดำรงมั่นคงมาช้านาน เพราะคนไทยมีความพร้อมเพรียงกันเข็มแข็ง ถึงจะมีความเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้นบ้างตามกาลตามสมัย ก็เป็นไปตามความปารถนาของพวกเราเอง ที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า การทำนุบำรุงบ้านเมืองนั้น เป็นงานส่วนรวมของคนทั้งชาติ จึงเป็นธรรมดาอยู่เอง ที่จะต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้นบ้าง จะให้ทุกคนทุกฝ่ายมีความคิดเห็นสอดคล้องต้องกันตลอดทุก ๆ เรื่องไป ย่อมเป็นการผิดวิสัย เพราะฉะนั้น แต่ละฝ่ายแต่ละคนจึงควรจะคำนึงถึงจุดประสงค์ร่วมกัน คือความเจริญไพบูลย์ของชาติเป็นข้อใหญ่ ทุกฝ่ายชอบที่จะทำใจให้เที่ยงตรงเป็นกลาง ทำความคิดเห็นให้กระจ่างแจ่มใส ทำความเข้าใจอันดีในกันและกันให้เกิดขึ้น แล้วนำความคิดเห็นของกันและกันนั้น มาพิจารณาเทียบเคียงกัน โดยหลักวิชาเหตุผล ความชอบธรรม และความเมตตาสามัคคีให้เห็นแจ้งจริง ทุกฝ่ายจะสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและวิธีปฏิบัติ ให้สอดคล้องเข้ารูปเข้ารอยกันได้ทุกเรื่อง…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2536
วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2535

                “…จิตใจที่สะอาดปลอดโปร่งจากสิ่งรบกวนนี้สำคัญมาก เพราะเป็นจิตใจสงบ และเยือกเย็น ทำให้บุคคลมีสติรู้ตัว มีความคิดเที่ยงตรงเป็นกลาง มีวิจารณญาณละเอียดกว้างขวาง และถูกต้องตรงจุด ความคิดวิจารญาณที่เกิดจากจิตใจที่สงบนี้มีศักยภาพสูง อาจนำไปใช้คิดอ่านสร้างสรรค์สิ่งที่จะอำนวยประโยชน์สุขความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนชื่อเสียงเกียรติคุณอันเป็นสิ่งปรารภปรารถนาของแต่ละคนให้สัมฤทธิ์ผลได้…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2537
วันศุกร์ ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2536

                “…วิถีชีวิตของบุคคลนั้น ย่อมมีภัยอันตราย มีอุปสรรคและเคราะห์ดี เคราะห์ร้าย ผ่านเข้ามาเนือง ๆ ไม่มีผู้ใดจะอยู่เป็นปรกติสุขอย่างเดียวได้ ทุกคนจำเป็นต้องเตรียมกายเตรียมใจให้พร้อมทุกเวลา ที่จะเผชิญและต่อสู้ แก้ไขความไม่ปรกติเดือดร้อนต่าง ๆ ด้วยเหตุผลหลักวิชาความถูกต้องรอบคอบ และสามัคคีธรรม…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2538
วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2537

                “…ข้าพเจ้าใคร่ขอให้ท่านทั้งหลายพยายามรักษาสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อให้สามารถประกอบกิจการงานอันเป็นสัมมาชีพได้เต็มกำลัง ทั้งพยายามระมัดระวังรักษาจิตใจของตนให้หนักแน่น เพื่อให้มีสติสมบูรณ์ มีปัญญาแจ่มใส สามารถขบคิดวินิจฉัยเรื่องราวต่าง ๆ ได้ไม่ผิดพลาด ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วง ด้วยความรู้ความสามารถ ด้วยความจริงใจพร้อมใจ และความเมตตาปรารถนาดีต่อกัน ผลการปฏิบัติของแต่ละคนแต่ละฝ่าย จักได้ประกอบและส่งเสริมกันขึ้นเป็นประโยชน์ เป็นความมั่นคงวัฒนาของประเทศชาติ…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2539
วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2538

                “…ความสามัคคีปรองดองและความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกันนั้น ยังมีบริบูรณ์อยู่ในจิตใจของคนไทย ถ้ามีเหตุการณ์อยู่ในจิตใจของคนไทย ถ้าเหตุการณ์หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดขึ้น และมีผลกระทบถึงส่วนรวมแล้วเราจะเข้าใจกัน และร่วมมือกันได้แน่นแฟ้นเสมอ…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2540
วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2539

                “…ไม่ว่าจะมีเหตุไม่ปรกติหรือปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น เราควรจะได้ทำความเข้าใจและร่วมกันคิดอ่าน ปฏิบัติแก้ไขด้วยเหตุผล ด้วยหลักวิชา และด้วยความบริสุทธิ์จริงใจ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างคลี่คลายลุล่วงไป เพื่อให้ประเทศชาติของเราก้าวหน้าต่อไปได้โดยสวัสดี…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2541
วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2540

                “…ขอให้ท่านทั้งหลาย ตั้งความหวัง ตั้งความเพียรอันมั่นคงไว้ ที่จะช่วยตัวช่วยชาติให้หนักแน่นยิ่งขึ้น ทั้งด้วยการขะมักเขม้นทำงานให้เต็มกำลังความสามารถ ทั้งด้วยการดำเนินชีวิตอย่างระมัดระวังและเป็นอยู่อย่างพอเหมาะพอสม จะประพฤติปฏิบัติการใด ก็ยึดมั่นในประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติเป็นเป้าหมายสูงสุด…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2542
วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2541

                “…เป็นเวลาต่อเนื่องกันหลายปีแล้ว ที่วิถีทางดำเนินของบ้านเมืองและของประชาชนทั่วไปมีความเปลี่ยนแปลงมาตลอด เพราะความผันแปรเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอื่น ๆ ที่เกิดจากเหตุปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ในปีใหม่นี้ สถานการณ์ของประเทศโดยส่วนรวมยังไม่แจ่มใสนัก ซึ่งหมายความว่า เราทุกคนต้องขับเคี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาด้านการครองชีพหนักขึ้น น่าพอใจยินดีที่พวกเราเป็นอันมาก ยอมรับรู้ความจริงข้อนี้ แล้วระวังตั้งใจเผชิญกับปัญหาและสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยความสงบอดทน และด้วยความมีสติรู้เท่าสถานการณ์ ทำให้ผ่านสภาวการณ์ไม่ปรกติต่าง ๆ มาได้เรียบร้อยพอสมควร และหวังได้ว่าจะประคับประคองตัวให้อยู่รอดและก้าวต่อไปได้โดยสวัสดีดี…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2543
วันศุกร์ ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2542

                “…เวลานี้ บ้านเมืองของเรากำลังต้องการการปรับปรุงและการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ทางที่เราจะช่วยกันได้ก็คือ การที่ทำความคิดให้ถูกและแน่วแน่ ในอันที่จะยึดถือประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่หมาย ต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัวและความขัดแย้งในสิ่งที่มิใช่สาระลง ต้องหันหน้าปรึกษากันด้วยความรู้คิด ด้วยความเป็นญาติเป็นมิตร และเป็นไทยด้วยกัน ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไป ให้ทันการณ์ ทันเวลา ผลงานของแต่ละคน แต่ละฝ่าย จักได้ประกอบส่งเสริมกันขึ้น เป็นความสำเร็จและความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ..”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2544
วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2543

                “…ในรอบปีที่ผ่านไป มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา ที่สำคัญควรแก่การชื่นชมเป็นพิเศษก็คือการที่นักกีฬาของเรา ได้เหรียญทองในการการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ตกถึงปลายปี ก็มีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดใจ คือเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ภาคใต้ เป็นผลให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต้องสูญเสียไปมิใช่น้อย แต่ภัยพิบัติครั้งนี้ ก็ทำให้ได้เห็นน้ำใจและความสามัคคีของคนไทยอย่างเด่นชัดอีกครั้งหนึ่ง เราต่างพร้อมใจและเต็มใจช่วยเหลือกันและกันทันที โดยเต็มกำลังและเสียสละ ข้อนี้น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงความสามัคคีและความเมตตาปรารถนาดีต่อกันที่ยังมีบริบูรณ์อยู่ในจิตใจของคนไทย ทำให้มั่นใจว่า ไม่ว่าประเทศเราจะประสบกับปัญหาหรือภาวะอันไม่ปรกติใด ๆ คนไทยเราจะหันหน้าเข้ากันและร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติแก้ไขให้ผ่านพ้นปัญหาหรือภาวการณ์นั้น ๆไปได้อย่างแน่นอน…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2545
วันจันทร์ ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2544

                “…ประเทศของเราต้องประสบกับวิกฤตการณ์ต่าง ๆติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี แต่ด้วยความรู้เท่าทันและความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน ที่ช่วยกันประคับประคองแก้ไข บ้านเมืองของเราจึงยังมั่นคงเป็นปรกติอยู่ ใครจะไปไหนมาไหนก็ยังทำได้สะดวก การทำมาหากินก็ยังไม่ถึงกับฝืดเคืองนัก ทำให้มั่นใจได้ว่า หากจะมีอุปสรรค ปัญหา หรือเหตุไม่ปรกติใด ๆ เกิดขึ้น คนไทยเราจะร่วมกันคิดอ่าน และช่วยกันปฏิบัติ แก้ไขให้ทุกสิ่งทุกอย่างคลี่คลายลุล่วงไปได้อย่างแน่นอน…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2546
วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2545

                 “…ในขวบปีที่แล้ว มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา แต่มีเรื่องหนึ่งที่ควรกล่าวถึงเป็นพิเศษก็คือ การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยเมื่อคราวน้ำท่วมใหญ่ ที่คนไทยทุกคน ทุกองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างร่วมมือร่วมใจกันโดยพร้อมพรัก ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็น แม้เป็นชาวต่างชาติต่างภาษา ก็พากันชื่นชมยกย่อง ข้าพเจ้าเองก็มีความปิติ เต็มตื้นใจที่ได้เห็นน้ำใจของทุกคนเช่นนี้ เพราะเป็นสิ่งบ่งชี้ให้เห็นถึงคุณธรรมข้อหนึ่ง ที่ยังอยู่อย่างบริบูรณ์ในจิตใจของคนไทย ก็คือ การให้ การให้นี้ ไม่ว่าจะให้สิ่งใด แก่ผู้ใด โดยสถานใด ก็ตาม ล้วนเป็นสิ่งที่พึงประสงค์อย่างยิ่ง เพราะเป็นเครื่องประสานไมตรีอย่างสำคัญ ระหว่างบุคคลกับบุคคล และทำให้สังคมมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นด้วยสามัคคีธรรม นอกจากนั้น การให้ ยังเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขอีกด้วย กล่าวคือ ผู้ให้ก็มีความสุขมีความอิ่มเอิบใจ ผู้รับก็มีความสุข มีกำลังใจ สังคมส่วนรวมตอลดถึงประทศชาติ ก็มีความผาสุกมีความร่มเย็น…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2547
วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2546

                “…เป็นเวลาหลายปีติดต่อกันมา ที่เราต้องประสบกับเหตุไม่ปรกติต่าง ๆ หลายเรื่อง จนทำให้หลาย ๆคน เกิดความวิตกห่วงใยในอนาคตของตนเองและของบ้านเมืองเป็นอย่างมาก แต่ด้วยเหตุที่ส่วนใหญ่ มีสติรู้เท่าทัน มีความรู้ความสามารถ จึงต่างขวนขวายช่วยตนเองและร่วมมือร่วมความคิดกันปฏิบัติแก้ไขอย่างจริงจัง จนบัดนี้ อาจกล่าวได้ว่า สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ผ่อนคลายลงและมีความหวังว่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรายังจะต้องพยายามปฏิบัติตนปฏิบัติงานด้วยด้วยความระมัดระวังต่อไปอีกมาก…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2548
วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2547

ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย

            บัดนี้ถึงวาระขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าของส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทั้งหลายทั่วกัน และขอขอบใจท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิตสนับสนุนข้าพเจ้าในภารกิจทั้งปวงด้วยดีเสมอมา

            ตลอดปีที่แล้ว มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นหลายอย่าง ที่ดี ก็คือการที่นักกีฬาของเราได้รับเหรียญรางวัลหลายประเภท ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แต่ที่ไม่ดีก็มีอยู่มาก เราต้องประสบกับเหตุไม่ปรกติต่างๆ จนทำให้เกิดความวิตกห่วงใยกันอยู่ทั่วไป ใกล้ถึงสิ้นปี ก็เกิดภัยธรรมขาติครั้งใหญ่ทำให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอย่างร้ายแรง เราคงจะต้องช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูสถานะของบ้านเมืองเป็นการใหญ่ รวมทั้งหาทางป้องกันเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ทั้งนั้น ได้ทำให้เห็นแจ้งถึงน้ำใจของพวกเราอย่างเด่นชัดว่า ทุกคนในผืนแผ่นดินไทย ทั้งทหาร ตำรวจแลพลเรือน มีความสามัคคีกัน ต่างห่วงใยกันด้วยใจจริง ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติสุขและเมื่อเกิดภัยพิบัติ คนไทยไม่ทิ้งกัน ต่างพร้อมเพรียงกันเข้าปฏิบัติช่วยเหลือทันที ด้วยความเสียสละ และเมตตาจริงใจ ไม่เลือกว่าเป็นชาวไทยหรือชาวต่างประเทศ ข้าพเจ้าอยากจะกล่าวย้ำแก่ท่านทั้งหลายเหมือนดังที่เคยกล่าวมาเมื่อหลายปีก่อนว่า วิถีชีวิตของคนเรานั้น จะให้มีแต่ความปรกติสุขอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องมีทุกข์ มีภัยผ่านเข้ามาด้วยเสมอ ยากจะหลีกเลี่ยงพ้น

            ในปีใหม่นี้ ข้าพเจ้าจึงขอให้ทุกคนรักษาความสามัคคีและจิตใจอันดีนี้ไว้เป็นนิจ เพราะสิ่งนี้คือคุณลักษณะพิเศษ ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองของเราอยู่รอดปลอดภัย และช่วยให้เราทุกคนอยู่ร่วมกันด้วยความร่มเย็นเป็นสุขมาช้านาน ตราบใดที่เราทั้งหลายรักษาคุณลักษณะนี้ไว้ได้ ก็มั่นใจได้ว่าชาติบ้านเมืองของเราจะดำรงมั่นคงอยู่ตราบนั้น

            ขออนุภาพของคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์ที่ชาวไทยเคารพบูชา จงอภิบาลรักษาท่านทุกคน ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ และประสบแต่สิ่งที่พึงประสงค์ ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน.

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๕๐
วันอาทิตย์ที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐

ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย

          บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ เป็นเวลาที่เราควรระลึกถึงกัน และอวยพรแก่กัน เพื่อเป็นนิมิตหมายอันดีของปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน

          ในปีที่แล้ว บ้านเมืองของเรามีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายอย่าง บางเรื่องที่กระทบกระเทือนถึงฐานะทางเศรษฐกิจ การคลัง การเมือง ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่และความมั่นคง ปลอดภัย สมควรที่เราชาวไทย จะร่วมมือกันแก้ไข ให้คลี่คลายไปโดยเร็ว แต่เรื่องที่ควรแก่การชื่นชม ก็มีอยู่มิใช่น้อย ข้าพเจ้าขอขอบใจท่านเป็นอย่างมาก ที่จัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ให้อย่างงดงามยิ่งใหญ่ และในคราวที่เจ็บป่วย ก็พากันแสดงความคิดห่วงใยอย่างจริงใจ ข้าพเจ้ายังรู้สึกประทับใจอยู่ ที่ได้เห็นท่านทั้งหลาย ไม่ว่าเพศใด วัยใด อยู่ในฐานะหน้าที่ใด พร้อมเพรียงกันมาให้กำลังใจแก่ข้าพเจ้า กำลังใจนี้เป็นพลังอย่างสำคัญ ที่ทำให้คนเรากล้าเผชิญกับปัญหาและอุปสรรค สามารถดำเนินชีวิตและประกอบกิจการงานให้ประสบผลสำเร็จที่ดีได้

          ในปีใหม่นี้ ขอให้ท่านทั้งหลาย ตั้งจิตตั้งใจ ให้มั่นอยู่ในความเมตตา ปรารถนาดีให้กำลังใจแก่กันและกัน เพื่อแต่ละคนจะได้มีกำลังใจ กำลังกาย กำลังความคิด สร้างสรรค์ความเจริญมั่นคงให้แก่ตนแก่ชาติบ้านเมืองได้ ดังที่ตั้งใจปรารถนา

           ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเคารพบูชา จงอภิบาลรักษาท่านทุกคน ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกายสุขใจ และประสบแต่สิ่งที่พึงประสงค์ ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน.

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน
เนื่อง
ในโอกาส วันข้าราชการพลเรือน ปี พุทธศักราช ๒๕๕0
ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
วันเสาร์ที่ ๓๑
มีนาคม ๒๕๕๐

                งานของแผ่นดินนั้น เป็นงานส่วนรวม มีผลเกี่ยวเนื่องถึงความเจริญขึ้น หรือเสื่อมลงของบ้านเมืองและสุขทุกข์ของประชาชนทุกคน ข้าราชการผู้ปฏิบัติ บริหารงานของแผ่นดิน จึงต้องสำนึกตระหนักในความรับผิดชอบที่มีอยู่ และตั้งใจพยายามปฏิบัติหน้าที่โดยเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความเข้มแข็งสุจริต และด้วยปัญญารู้คิดพิจารณา ว่าสิงใดเป็นความเจริญ สิ่งใดเป็นความเสื่อม อะไรเป็นสิ่งที่ต้องทำ อะไรเป็นสิ่งที่ต้องละเว้นและกำจัด อย่างชัดเจน ถูก ตรง

                                              

 
.................................................................................................................................................